ยำคอหมูย่างกับก้านคะน้า

ยำคอหมูย่างกับก้านคะน้า

ผักคะน้า มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากมาย มีวิตามินและแร่ธาตุอยู่หลายชนิด อาทิเช่น... เบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีแคลเซี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งร่างการจะเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอ ซึ่งมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา และช่วยให้มีสุขภาพผิวที่ดี นอกจากนี้คะน้ายังมีธาตุเหล็กและสารโฟเลตสูง ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง โดยเฉพาะอย่ายิ่งสารโฟเลต หรือ กรดโฟลิกนั้น ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดความพิการด้านสมองของเด็กทารกในครรภ์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากสตรีที่ตั้งครรภ์สามารถรับประทานผักคะน้าได้เป็นประจำ ก็จะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กทารกในครรภ์มาก โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งพาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่นๆที่มีราคาแพงเลย แต่ไม่ว่าจะรับประทานอะไรก็ควรจะมีปริมาณที่พอเหมาะ ผักคะน้านั้นก็มีข้อควรระวังเช่นกันคือ... อย่าบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ค่ะ วันนี้ที่นี่ดอทคอม เลยขอนำเมนูที่มีผักคะน้า เป็นส่วนประกอบ มาให้ได้ลองทำกันดูนะคะ นั่นคือ ยำคอหมูย่าง กับก้านคะน้า ซึ่งเป็นสูตรจาก เพจ กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

1. สันคอหมู 300 กรัม
2. ซีอิ้วขาว 2 ช.ช.
3. น้ำตาลทราย 1 ช.ช.
4. ลำต้นของผักคะน้า 3 ต้นใหญ่
5. น้ำยำ 
6. ผักชีหั่นท่อน


วิธีทำ

1. สันคอหมูหมักกับซีอิ้วขาว และน้ำตาลทราย ใส่กล่องปิดฝาให้สนิทหมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน

2. นำหมูที่หมักไว้ ไปย่างให้สุกหอม จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วพักรอไว้

3. ใช้มีดลอกเปลือกแข็งๆที่ห่อหุ้มลำต้นผักคะน้าออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วนำไปแช่ในน้ำแข็งรอไว้

4. คลุกเคล้าคอหมูย่างกับน้ำยำให้เข้ากัน ใส่ก้านคะน้าแช่น้ำแข็งลงไปคลุกเคล้า ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี ก็พร้อมเสิร์ฟ

วัตถุดิบและเครื่องปรุงทำน้ำยำ

1. พริกขี้หนูเขียวและแดง 50 กรัม
2. กระเทียมไทยแกะเปลือก 25 กรัม
3. น้ำมะนาวฟ้าไทย 1/2 ถ้วยตวง
4. น้ำปลาทิพรส 1/2 ถ้วยตวง
5. น้ำตาลมะพร้าว 70 กรัม

วิธีทำน้ำยำ

1. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาวฟ้าไทย และน้ำตาลมะพร้าวเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นจึงนำไปตั้งไฟอ่อนให้เดือดแล้วยกลงทิ้งไว้ให้เย็น

2. โขลกหรือปั่นพริกขี้หนูกับกระเทียมเข้าด้วยกันให้ละเอียด นำลงไปผสมกับน้ำปรุง คนให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จ



เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์