อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

ขนมไทยนั้นอร่อยไม่แพ้ขนมชาติใดในโลก และยิ่งถ้าเราได้ลองใช้เสน่ห์ปลายจวักทำขนมไทยให้คนที่รักและคนรู้จักรอบตัวได้ชิมด้วยแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นที่เลื่องลือและชื่นชมกันแบบปากต่อปากอย่างไม่ต้องสงสัย ไปดูกันว่าวันนี้มีอะไรบ้างงง

สังขยาฟักทอง

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำสังขยาฟักทอง 
 ฟักทองขนาดเล็ก 1 ลูก
 ไข่ไก่ 8 ฟอง
 น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
 หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
 ฝอยทองสำหรับตกแต่งหน้า (มีหรือไม่มีก็ได้)

 ขั้นตอนในการทำสังขยาฟักทอง 
 ก่อนอื่นให้ใช้มีดเจาะลงไปที่ขั้วฟักทองออกให้เป็นฝา ต่อจากนั้นให้คว้านเอาไส้ฟักทองออกจนหมด ก่อนจะนำไปล้างให้สะอาดทั้งภายในและภายนอก วางคว่ำเตรียมไว้
 ตอกและตีไข่ ผสมไข่ไก่กับน้ำตาลปี๊บ และหัวกะทิให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นให้นำไปกรองผ่านตะแกรง และเทใส่ลงไปในผลฟักทองที่เตรียมไว้ โรยฝอยทองไว้ด้านบน
 ใส่สังขยาฟักทองที่ได้ลงไปในชามกระเบื้องขนาดพอดีกัน นำไปนึ่งในซึ้งที่มีน้ำเดือด นานประมาณ 30-40 นาที หรือจนกว่าฟักทองจะสุก ยกออกจากซึ้ง นำมาพักไว้จนเย็น จึงค่อยตัดเป็นชิ้นพร้อมเสิร์ฟ


ตะโก้

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำหน้ากะทิ 
 แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง
 กะทิ 2 ถ้วยตวง
  เกลือป่น 1 ช้อนชา

 วัตถุดิบในการทำตะโก้ 
 น้ำเปล่า 1 ถ้วย
 น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
 แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
 แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
 แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
 น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรืออาจใช้น้ำสะอาดปริมาณ 2 ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชาแทนก็ได้)
 น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
 แห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย หรือเผือกต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย
 กระทงใบเตยสำหรับใส่ขนม หรืออาจใช้ภาชนะ อาทิ ชามหรือถ้วยก็ได้

 ชั้นตอนการทำหน้ากะทิ 
 ให้ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงไปในหม้อ จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลาง ค่อยๆ คนผสมจนข้นและเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน จึงยกลงจากเตา พักเตรียมไว้สำหรับหยอดลงบนขนมตะโก้

 ขั้นตอนการทำตัวตะโก้ 
 ให้ใส่น้ำสะอาดลงไปในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปก่อนจะคนให้ละลาย ต้มต่อไปจนเดือดและเหนียวเป็นน้ำเชื่อม จึงนำลงจากเตาพักไว้จนเย็น
 จากนั้นให้ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน คนจนละลายและเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว จึงเทส่วนผสมที่ได้ลงไปในน้ำเชื่อมข้อแรก แล้วกวนผสมไปเรื่อยๆ จนแป้งสุกเหนียวและใส จากนั้นจึงใส่แห้ว (หรือเผือก) ลงไปคนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จึงยกลงจากเตา
 ตักใส่กระทงใบเตยหรือภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทงหรือภาชนะ ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ วางพักทิ้งไว้จนอุ่น จึงจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


ลูกชุบ

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำลูกชุบ 
 ถั่วเขียว 450 กรัม
 น้ำตาลทราย 200 กรัม (สำหรับผสมกับถั่วเขียว)
 น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำวุ้นชุบ)
 น้ำกะทิ 400 กรัม
 วุ้นผง 3 ช้อนโต๊ะ
 น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำวุ้นชุบถั่ว)
 สีผสมอาหาร (อย่างน้อยให้มีแม่สี 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน)
 จานสีและพู่กัน
 ไม้จิ้มฟัน (สำหรับเสียบถั่วที่ปั้นแล้ว เพื่อแต่งสีและจิ้มลงในน้ำวุ้น)
 โฟม (สำหรับเสียบถั่วปั้นระหว่างทำ เนื่องจากหากวางบนพื้นหรือภาชนะ จะทำให้เสียรูปทรง)

 ขั้นตอนในการทำลูกชุบ 
 ก่อนอื่นให้นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาด และแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยนำไปนึ่งให้สุก โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 15 นาที)
 เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้สาวๆ นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมผสมน้ำตาลทรายและน้ำกะทิลงไปด้วย แล้วปั่นจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว
 เทส่วนผสมที่ได้เมื่อสักครู่ลงในกระทะทองเหลือง (หรืออาจใช้กระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้) ใช้ไฟอ่อน ค่อยๆ กวนจนส่วนผสมข้นเหนียว (จะใช้เวลากวนประมาณ 20 - 30 นาที) ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วที่ได้จะต้องแห้ง จึงจะสามารถปั้นได้)
 ก่อนทำการปั้น ให้สาวๆ นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว โดยการปั้นนั้นให้ปั้นเป็นรูปทรงตามใจชอบ (ผัก , ผลไม้ หรือสัตว์น่ารักๆ) และเมื่อปั้นเสร็จแล้วก็ให้เสียบไม้จิ้มฟันปักโฟมรอไว้ และควรปั้นส่วนผสมทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน จึงค่อยดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
 ผสมสีผสมอาหารให้ได้สีตามที่ต้องการ แล้วจึงแต่งแต้มสีสันลงไปบนถั่วปั้น
 ทำน้ำวุ้นโดยผสมน้ำเปล่า ผงวุ้น และน้ำตาลลงไปในหม้อ นำไปตั้งบนไฟปานกลาง โดยให้หมั่นคนอย่างสม่ำเสมอ รอกระทั่งส่วนผสมเดือด จึงช้อนฟองที่ลอยหน้าออก แล้วหรี่ไฟลง
 นำถั่วปั้นที่แต่งสีแล้วไปชุบในน้ำวุ้น ซึ่งควรชุบประมาณตัวละ 2 - 3 ครั้ง และระหว่างชุบวุ้นนั้นต้องอุ่นน้ำวุ้นด้วยไฟอ่อนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้วุ้นแข็งตัว หากวุ้นไม่พอก็ให้ผสมขึ้นใหม่ตามอัตราส่วนข้างต้น
 นำลูกชุบออกจากไม้จิ้มฟัน และตัดแต่งเศษวุ้นส่วนเกินออกด้วยกรรไกรที่คมและสะอาด จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


ปุยฝ้าย

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำปุยฝ้าย 
 แป้งสาลี 450 กรัม
 เอสพี 1 ช้อนโต๊ะ (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่หากใช้จะทำให้ปุยฝ้ายหน้าแตกได้ง่ายและสวยงาม)
 ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
 ไข่ไก่ 2 ฟอง
 น้ำตาลทราย 250 กรัม
 น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
 นมข้น 1/2 กระป๋อง
 น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
 สีผสมอาหารตามความต้องการ , กลิ่นมะลิหรือกลิ่นอื่นๆ ตามชอบ
 ลูกเกด (จะมีหรือไม่มีก็ได้ สำหรับใช้แต่งหน้า)

 ขั้นตอนในการทำปุยฝ้าย 
 ผสมเอสพี น้ำตาลทรายและน้ำสะอาดปริมาณ 1 ถ้วยเข้าด้วยกัน และตีด้วยเครื่องตีไข่ ระหว่างตีให้ตอกไข่ลงไปด้วย 2 ฟอง และตีต่อไปเรื่อยๆ
 นำผงฟูผสมกับแป้งสาลี แล้วนำไปร่อน จากนั้นจึงใส่ผสมลงไปกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ตีต่อไปให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว หรือหากใช้แป้งอเนกประสงค์สำหรับทำปุยฝ้ายก็สามารถนำไปผสมกับส่วนผสมในข้อที่ 1 และตีต่อไปได้เลย
 ใส่น้ำปริมาณ 1 ถ้วยตวง นมข้น และน้ำมะนาว ตีต่อไปจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็นสีขาว จึงใส่สีและกลิ่นตามใจชอบ
 นำส่วนผสมที่ได้หยอดใสลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ แต่งหน้าด้วยลูกเกด แล้วนำไปนึ่งโดยให้น้ำด้านล่างซึ้งเป็นน้ำเดือดประมาณ 10 นาที จึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น นำไปเสิร์ฟพร้อมทานได้ทันที


ข้าวต้มมัด

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำข้าวต้มมัด 
 ข้าวเหนียวเขี้ยวงูใหม่ 800 กรัม (หรือข้าวเหนียวธรรมดาปริมาณเท่ากัน)
 กล้วยน้ำว้าสุก 8-10 ผล
 ถั่วดำ 100 กรัม (แช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน)
 มะพร้าวขูด 300 กรัม
 น้ำตาลทราย 100 กรัม
 เกลือป่น 1 ช้อนชา
 น้ำลอยดอกไม้สด 3 ถ้วย
 ใบตองสำหรับห่อ

 ขั้นตอนในการทำข้าวต้มมัด 
 ขั้นตอนแรกให้ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด และใส่ตะแกรงพักไว้
 นำถั่วดำที่แช่น้ำไว้ ไปนึ่งพอสุก วางพักไว้เช่นกัน
 นำมะพร้าวขูดไปผสมกับน้ำลอยดอกไม้ ระหว่างนั้นให้คั้นกะทิสดให้ได้ 3 ถ้วย
 ตั้งกะทิในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง รอจนเดือดจึงค่อยใส่เกลือ น้ำตาลทราย และข้าวเหนียวที่ล้างและใส่ตะแกรงพักไว้เมื่อครู่ ลดไฟลง ผัดจนส่วนผสมเข้ากัน โดยให้ผัดนานประมาณ 15 นาทีจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มแห้ง จากนั้นจึงปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
 ปอกกล้วยและฝานเป็นชิ้นๆ ลูกละ 3 ส่วน เตรียมใบตองให้ได้ หน้ากว้างประมาณ 3 นิ้ว ทำความสะอาดใบตองทั้งสองด้านให้เรียบร้อย จึงตักข้าวเหนียวที่ผัดไว้ในขั้นตอนที่ 4 ใส่ลงไปและใส่กล้วยตรงกลาง โปะข้าวเหนียวปิดหน้าให้สวยงาม จากนั้นจึงโรยด้วยถั่วดำนึ่งสุก ห่อให้แน่นและมัดด้วยตอก
 ขั้นตอนสุดท้ายให้นำข้าวต้มมัดเรียงใส่ซึ้ง นึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที จนสุก ปิดไฟยกลง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


ขนมหม้อแกง

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำขนมหม้อแกง 
 ถั่วเขียว 250 กรัม (หรือเผือก , เม็ดบัว และหน้าอื่นๆ ตามชอบ)
 น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
 หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
 น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม
 เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 ไข่เป็ด 3 ฟอง
 หอมแดงซอยละเอียด 3 ลูก (มีหรือไม่มีก็ได้)
 ใบเตย 3 ใบ

 ขั้นตอนในการทำขนมหม้อแกง 
 ก่อนอื่นให้นำหอมแดงไปเจียวในน้ำมันจนเหลืองและกรอบ พักไว้สำหรับโรยหน้า (ระวังไหม้ ควรเจียวด้วยไฟอ่อนๆ)
 นำถั่วเขียวเลาะเปลือกไปแช่น้ำแล้วนำไปนึ่งจนสุก หรือหากใช้เผือกก็ให้ปอกเปลือกและนำไปนึ่งจนสุก จากนั้นจึงค่อยนำเผือกมายีให้เป็นชิ้นเล็กๆ
 ผสมไข่ น้ำตาลปี๊บ และเกลือใส่ลงไปในชามขนาดกลาง จากนั้นจึงขยำโดยใช้ใบเตยให้เข้ากันดี จนกว่าน้ำตาลปี๊บจะละลายหมดจึงใส่หัวกะทิลงไป ขยำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี นำไปกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก
 นำถั่วหรือเผือกใส่ลงไปในส่วนผสมที่กรองแล้ว ใส่น้ำมันที่เหลือจากการเจียวหอมแดง (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) คนจนกระทั่งส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว
 นำส่วนผสมที่ได้ไปกวนด้วยไฟร้อนปานกลางในกระทะทองเหลือง (หรืออาจใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) ให้กวนจนส่วนผสมเริ่มข้นก็พอ เพราะถ้ากวนมากเมื่อนำไปอบ จะแตกมันไม่น่ารับประทาน โดยการกวนนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแยกชั้นขณะนำไปอบอันเนื่องมาจากการที่ไข่กับกะทิไม่เข้ากันดี
 นำส่วนผสมที่กวนแล้วไปอบ โดยใส่ถาดหรือแบบที่ต้องการ ใช้ความร้อน 180 องศาเซลเซียส (360 องศาฟาเรนไฮต์) และใช้เวลาอบประมาณ 30 - 40 นาที นำหอมเจียวไปโรยหน้าและอบต่ออีกประมาณ 5 นาที จึงนำออก พักไว้พร้อมเสิร์ฟ


บัวลอย

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำบัวลอย 
 แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
 เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอยหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง , ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว , ดอกอัญชันเพื่อทำบัวลอยสีน้ำเงินได้)
 น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง

 วัตถุดิบในการทำน้ำกะทิ 
 กะทิ 2 ถ้วยตวง
 น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
 น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
 เกลือป่น 1 ช้อนชา
 เนื้อมะพร้าวอ่อน , ไข่ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
 งาขาว (สำหรับแต่งหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

 ขั้นตอนในการทำขนมบัวลอย 
 ก่อนอื่นให้ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียว เผือกนึ่ง และน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน จากนั้นให้นวดจนกระทั่งส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว จึงนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ โดยระหว่างปั้นควรโรยด้วยเศษแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบัวลอยติดกัน (หากต้องการทำบัวลอยหลายสีก็ให้ใช้ส่วนผสมเพิ่ม)
 ต้มน้ำในหม้อขนาดกลาง รอจนกระทั่งน้ำเดือดจึงใส่ลูกบัวลอยที่ปั้นไว้แล้ว เมื่อบัวลอยทั้งหมดสุกให้นำขึ้นมาแช่ในน้ำเย็น (บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้น)
 จากนั้นให้ทำน้ำกะทิโดยผสมกะทิ น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไป โดยควรใส่น้ำตาลทรายเพียงแค่ครึ่งเดียวก่อน หากยังหวานไม่พอจึงค่อยใส่เพิ่ม ต้มจนเดือดจึงหรี่ไฟลง แล้วนำบัวลอยที่ต้มไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ ถ้าต้องการใส่มะพร้าวอ่อนก็สามารถใส่ได้เลย พร้อมลูกบัวลอย (กรณีต้องการทำบัวลอยไข่หวาน ก็ให้ตอกไข่ใส่ไปในหม้อหลังจากที่ใส่บัวลอยลงไป รอจนไข่สุกจึงค่อยปิดไฟ)
 ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว เสิร์ฟขณะร้อนหรือจะรอให้เย็นก่อนก็ได้


เต้าส่วน

อร่อยฟิน!! รวม 8 สูตรเมนูขนมหวานแบบไทยๆ ทำเองง่ายๆได้ที่บ้าน

 วัตถุดิบในการทำเต้าส่วน 
 แป้งมัน 50 กรัม

 ถั่วเขียวเลาะเปลือก 250 กรัม
 น้ำเปล่า 900 กรัม
 หัวกะทิ 200 กรัม
 เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

 ขั้นตอนในการทำเต้าส่วน 
 ขั้นตอนแรกให้นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาล้างทำความสะอาด จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำร้อนทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปใส่ในผ้าขาวบางเพื่อนำไปนึ่งจนสุก
 ระหว่างรอถั่วเขียวนึ่ง ให้เราเตรียมทำน้ำกะทิราดหน้า โดยให้สาวๆ นำหัวกะทิไปผสมกับเกลือป่น ก่อนจะนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนสักพักจึงค่อยใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป กวนจนกระทั่งแป้งสุกจึงปิดไฟ และพักไว้
 นำน้ำเปล่าไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไปคนจนกระทั่งละลายดี จึงใส่แป้งมันลงไป คนต่อจนกระทั่งแป้งสุกใส จึงค่อยใส่ถั่วเขียวนึ่งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ลงไป คนจนกระจายทั่วจึงปิดไฟ
 ตักเต้าส่วนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2) พร้อมเสิร์ฟได้ทันทีทั้งร้อนและเย็น


Cr:  jelly

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์